คุณตื่นเต้นเวลาคุยกับคนแปลกหน้าใช่ไหม การสัมภาษณ์ไม่ว่าจะสัมภาษณ์งานหรือสัมภาษณ์เพื่อเรียนต่อคงทำให้คุณตื่นเต้นขึ้นอีกหลายเท่า เพราะนอกจากต้องคุยกับคนแปลกหน้าแล้วยังมีเป้าหมายที่คุณตั้งไว้เป็นเดิมพันและคงเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นถึงขีดสุดถ้าการสัมภาษณ์นั้นเป็นภาษาอังกฤษ

ข้อแนะนำทั่วไปที่จะช่วยลดความตื่นเต้นของคุณได้ก็คือ ปล่อยให้ตัวเองได้ตื่นเต้นแต่อยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้นพอ จากนั้นก็สร้างความมั่นใจด้วยการเตรียมความพร้อมให้กับตัวคุณเองโดยการ ฝึกภาษา เตรียมตอบคำถาม ฝึกการคิดเชิงบวก ฝึกหัดและปรับแก้บุคลิกภาพ ทั้งหมดนี้จะสร้างความมั่นใจให้คุณได้อย่างแน่นอน

 การฝึกฝนภาษา

ในตลาดแรงงานยุคปัจจุบันการสัมภาษณ์งานส่วนใหญ่ภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทมาก ๆ ดังนั้นการเตรียมตัวของคุณคงต้องเกิดขึ้นมาก่อนการสัมภาษณ์งานมานานพอควร การเตรียมตัวช่วงก่อนสัมภาษณ์นั้นเป็นเพียงการนำภาษาอังกฤษที่ใช้การได้แล้วของคุณมาสื่อความคิดความรู้สึกออกมา เพราะฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมสื่อความคิดของตนเป็นภาษาอังกฤษคงต้องย้อนกลับไปเริ่มใหม่แล้ว

 ภาษาเป็นทักษะที่คุณต้องฝึกฝนอยู่เสมอ การที่คุณได้ฝึกพูดฝึกอ่านออกเสียงทุกวันจะช่วยให้คุณพูดได้คล่องตัวยิ่งขึ้น นี่จึงโยงมาถึงความสำคัญในการเตรียมคำตอบของคุณ คุณคงจะต้องร่างคร่าวๆว่า แต่ละคำถามคุณจะตอบอย่างไร

การใช้ Key words จะช่วยให้คุณจำในสิ่งที่คุณจะพูดได้ แต่ถ้าบางคนใช้แค่ Key words ไม่ได้ คุณจะเขียนคำตอบออกมาทั้งหมดก็ไม่ผิดกติกา เพียงแต่เวลาที่คุณตอบคำถามนั้นๆ คุณต้องพูดคำตอบของคุณไม่ใช่อ่านคำตอบ หรือท่องคำตอบมา ซึ่งก็นำเข้าสู่ประเด็นของการฝึกฝนตอบคำถามนั้นๆ โดยการฝึกพูดหน้ากระจก

 การฝึกพูดหน้ากระจกช่วยคุณได้เยอะ คุณจะได้เห็นท่าทางเวลาที่คุณพูด ยิ้มลักษณะไหนที่ทำให้คุณดูดี ระหว่างการพูดคุณทำท่าทางอะไรที่ทำให้คุณดูไม่ดีหรือไม่ การฝึกพูดออกมาดังๆ ยังทำให้คุณฝึกจังหวะ ของการพูดของคุณได้โดยที่คุณจะได้ทราบว่าคุณพูดเร็วไปไหม หรือ ช้าเกินไป การกำหนดลมหายใจ การพยักหน้ารับคุณได้เห็นทุกอย่าง และสามารถปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่คุณไม่ชอบได้ทันที

การเตรียมคำตอบยังมีความจำเป็นในส่วนของการกำหนดเวลาการตอบของคุณ ถ้าคุณไม่ได้เตรียมตัวคุณก็จะตอบในสิ่งที่คุณอยากพูดไปเรื่อยๆ ซึ่งบางที่อาจจะเย่นเย้อเกินไป ไม่มีจุดหลัก ประเด็นสำคัญ หรือบางครั้งจบไม่ลง ดังนั้นการเตรียมคำตอบมีความสัมคัญแน่นอน รวมถึงการฝึกพูดและการจับเวลาคำตอบของคุณให้ได้ เวลาที่กำลังดีคนฟังไม่เบื่อที่จะฟัง

 การเตรียมตอบคำถาม นำมาสู่วิธีการคิด คุณมีเวลาในการเตรียมตัวดังนั้นคุณสามารถมองหาคำตอบที่แสดงถึงความเป็นตัวของตัวเอง บนพื้นฐานที่เหมาะกับความต้องการของนายจ้าง

ตัวอย่างวิธีคิดที่เคยได้คุยกับน้องๆ จบใหม่ หลายคนจะบอกว่าอยากทำงานเพราะจะได้ประสบการณ์ ได้สวัสดิการ ได้เรียนรู้และอีกหลายๆ “ได้”ที่ตามมา แต่ถ้าเรามองในมุมกลับ ถ้าเราเป็นผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท เราคงรู้สึกว่าแล้วเราจะได้อะไรจากคนๆ นี้บ้างรู้สึกว่าเขามาเอาแต่ประโยชน์เข้าตัวอย่างเดียวเลยนี่ ดังนั้นถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนบทบาทเราอาจจะได้คำตอบที่น่าพอใจแก่ผู้ฟังมากขึ้น

หรือการฝึกคิดในเชิงบวกในแง่ดี ก็จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เราต้องเจอ เมื่อตอนสัมภาษณ์ได้ดีกว่าคนที่มองอะไรเป็นลบ ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ตอบไปก่อนหน้านี้แต่ถ้าคุณมองบวกว่ายังมีเวลาเหลือให้แก้ตัวอีกคุณก็จะรู้สึกดีและปรับตัวกับคำถามต่อไปได้ แต่ถ้าคุณมองลบ กำลังใจคุณคงจะหมดไปแล้วเพราะคุณคงจะบอกตัวเองว่าพลาดไปแล้วพังแล้วแน่นอน

 แล้วถ้าเป็นคำถามที่คุณไม่ได้เตรียมคำตอบมาหละจะทำอย่างไร ก็ไม่ต้องตกใจไม่แปลกที่คุณจะขอเวลาเขาสักครู่เพื่อคิดหาคำตอบ ไม่ใช้นิ่งอึ้งไปเฉยๆ ส่วนคำถามที่คุณคิดว่าคุณตอบไม่ได้ หรือไม่รู้คำตอบ ก็ไม่ผิดอีกที่คุณจะบอกว่าไม่รู้ เราคงไม่สามารถรู้ทุกเรื่องได้หรอก คุณว่าจริงไหมแต่สิ่งสำคัญอยู่ที่คุณแสดงให้เขาเห็นว่าคุณมีความพร้อมที่จะเรียนรู้

 คราวนี้ก็มาถึงเรื่องของบุคลิกภาพที่สามารถสร้างความประทับใจแรกเห็นให้กับตัวของคุณเองได้

ภาษาคุณอาจจะไม่ดีเต็ม 100% แต่ถ้าบุคลิกคุณน่าประทับใจ ความสามารถคุณถึง เรื่องภาษาก็อาจจะเป็นเรื่องรองที่นายจ้างคิดว่ามาเสริมภายหลังได้

 เรามาดูวิธีสร้างความประทับใจกัน อันดับแรกก็คงต้องเป็นเรื่องของการแต่งกายที่เหมาะสมให้ความเคารพต่อสถานที่ หน้าผมก็คงต้องดูดี แต่ก็ไม่เกินงาม เมื่อคุณทราบเวลานัดสัมภาษณ์ คุณควรจะไปถึงก่อนเวลาสัก 15-20 นาที เพื่อคุณจะได้มีเวลาทำใจให้สงบ ถ้าคุณต้องวิ่งกระหืดกระหอบมาผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ก็คงไม่น่าประทับใจแน่ บริษัทส่วนใหญ่จะอยู่ในตึก การที่คุณจะสงบตั้งแต่เดินเข้าตึกมาก็คงดีกว่า พูดโทรศัพท์เสียงดัง คุณไม่มีทางทราบเลยว่าคนที่เดินสวนคุณจะอยู่บริษัทที่คุณจะไปหรือไม่ เมื่อเขาเชิญเข้าห้องสัมภาษณ์การทักทาย ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนสัมภาษณ์เป็นชาวต่างชาติหรือคนไทย ถ้าเป็นคนไทยก็ไหว้อย่างไทย ถ้าเป็นคนต่างชาติก็จับมือ แต่ต้องขอเน้นว่าเป็นการจับแบบ Firm handshake ไม่ใช่อ่อนปวกเปียกไม่มีแรง แต่ถ้ามีคนสัมภาษณ์หลายคน ก็อาจไม่จำเป็นต้องจับมือ ขอให้พิจารณาดูตามสถานการณ์และความเหมาะสม ระหว่างการพูดคุย การมองตา หรือ eye contact มีความสำคัญ การจัดท่านั่ง ภาษาท่าทางการแสดงออกทางสีหน้าสามารถบอกความเป็นตัวของคุณได้มาก เพราะฉะนั้นอย่างลืม ฝึกฝน หน้ากระจกอีกครั้ง

ไม่ว่าคุณจะมีการเตรียมตัวมาดีแค่ไหน คุณก็ยังไม่มีทางทราบอยู่ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างสัมภาษณ์ การเป็นคนคิดดี มองโลกในแง่ดีคงช่วยให้คุณผ่านสิ่งต่างๆ ไปด้วยดีเช่นกัน การเป็นตัวของตัวเองบนพื้นฐานของความจริงใจ น่าจะดีที่สุด ขอย้ำอีกครั้งว่าการสัมภาษณ์หมายถึงการมองหาคนที่เหมาะสม ถ้าคุณไม่ได้รับเลือกก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ดีไม่มีความสามารถ แต่คงเป็นเพราะมีอะไรที่เหมาะสมกับคุณมากกว่า กำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า